T's profileVirusNuvoPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    May 17

    ความในใจเพลงรักเธอสุดหัวใจ

    เราเคยsearch คำว่า "เพลงรักเธอสุดหัวใจ"
    เพราะอยากรู้ว่า
    คนอื่นๆในโลกของอินเตอร์เนตเขาคิดยังไงกับเพลงนี้บ้าง
    หาความเห็นยากสักหน่อย เพราะเราเจอแต่เวบขอเพลงนี้บ้าง
     แปะเพลงนี้อย่างเดียวบ้าง
    ไม่ค่อยได้พูดความรู้สึกกับเพลงนี้เท่าไร
    แต่ก็หาไม่ยากจนเกินไป

    เท่าที่อ่าน บางคนได้ฟังเพลงนี้
    แล้วรู้ค่าของเวลามากขึ้น เราคิดว่าก็เพราะเนื้อเพลงให้ความสำคัญเรื่องเวลามากๆ

    สังเกตได้จากคำว่า "เวลา, วัน ,คืน,นาที, วันสุดท้าย, ลมหายใจ"

    เป็นเครื่องมือเตือนใจว่า ทำเวลาให้มีค่ามากที่สุด

    บางคนเปิดเพลงนี้ ให้กับญาติผู้ใหญ่ที่รัก
    เราคิดว่าเป็นการทำเวลาอยู่กับท่านอย่างมีค่า
     อย่างน้อยได้สื่อความในใจว่ารักท่าน ก่อนที่ท่านจะหาชีวิตไม่

    บางคนได้ฟังเพลงนี้นึกถึงญาติผู้ใหญ่ที่ได้เสียชีวิตไปแล้ว
    ก็นึกเสียดายว่าทำไมไม่ดูแลให้ดี
    อย่างน้อยเขาก็น่าจะรู้ว่าควรทำตัวยังไงกับคนที่ยังอยู่แล้วล่ะ

    บางคนเอาเพลงนี้ไปใช้ในพิธีอำลารุ่น
    (ส่วนใหญ่เป็นอำลารุ่นม.6 ที่จะต้องเข้ามหาลัย)
    เพราะเห็นว่าเพลงนี้สื่อถึงการจากลา

    บางคนถึงกับร้องไห้ทุกครั้งที่ได้ฟัง



    สำหรับเรานะ
    ครั้งแรกที่ได้ฟังเพลงรักเธุอสุดหัวใจเพลงนี้
    บอกตามตรงว่ามันมีความรู้สึกไม่ชอบละครพ่วงมาอยู่ด้วย
    คือเพลงนี้เป็นเพลงประกอบละครเรื่องพิสูจน์รักจากสวรรค์

    เคยไม่ชอบเรื่องนี้เอามากๆเพราะว่าดูโฆษณาละครแล้ว
    คล้ายๆกับเรื่องลัดฟ้ามาหารัก ที่มีพระเอกโดนยิงตายในรถ
    และกลับมาหานางเอกเหมือนกันอีก

    ฟังไปฟังมาชักเคลิ้ม
    ยอมรับว่าผู้แต่่งเพลงนี้คือ "คุณปิติ ลิ้มเจริญ "
    ที่แต่งทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลง

    และ  "คุณนิติธร ยุวจิตติ" ผู้เรียบเรียง

    รวมทั้งเสียงร้องของ "พี่ก้อง สหรัถ สังคปรีชา"
    ทำให้เพลงนี้มันมากกว่าคำว่าไพเราะ

    ในเพลง...มีความรู้สึกของตัวละครเอกในเรื่องใส่เข้าไปด้วย
    เพลงนี้เป็นตัวสื่อความรู้สึกของ "ชัชชนม์" ตัวเอกของเรื่อง
    ที่มีเวลาชีวิตแบบนับวันนับคืนแล้วเหลือน้อยเหลือเกิน
    เขากำลังทุกข์ใจเรื่องเวลาชีวิตที่เหลือน้อยลงทุกที
    จะไม่ได้เห็นหน้าหญิงสาวคนรักก็คือ "จริดา"
    เลยบอกกับตัวเองว่า ต่อแต่นี้ไปจะรักคนรักสุดหัวใจ
    แล้วก็เสียดายที่เขาเสียเวลาไปมาก
    แต่เวลาที่เหลือทุกนาทีเขาจะทำให้มีค่า 
    เหมือนในละครเป๊ะเลย
    ถ้าใครไม่เคยดูเรื่องนี้ พอได้ฟังเพลงนี้
    ก็พอจะรู้ความรู้สึกของตัวละครเอกตัวนี้ได้

    เราคิดว่าเพลงนี้มันมีวิญญาณในเพลง คือพี่ก้องร้องไว้ได้ดีมาก
    ใส่ความรู้สึกของตัวละครลงไป
    น้ำเสียงก็มีความเศร้าใจ ทำให้ฟังแล้วรู้สึกหดหู่ไปด้วย
    ที่บางคนฟังแล้วน้ำตาไหลทุกทีนั่นแหละค่ะ
    เราว่าโดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า

    "เวลามีน้อย..เหลือเกิน ที่ให้ฉันได้เตรียมหัวใจ"

    ฟังแล้วรู้สึกใจหายวูบ


    ในน้ำเสียงในเพลงที่มีความเศร้าใจ
    เราว่ามันแฝงไว้ด้วยความรักอันอบอุ่นยังไงไม่รู้
    เหมือนชายหนุ่มที่กำลังจะตาย แต่ก็ได้บอกรักกับแฟน
    ทำนองเพลงก็ฟังได้เศร้าบวกกับอบอุ่นไปด้วย

    ท่อนฮุกของเพลง คือช่วงที่ ร้องว่า

    "ต่อจากนี้นาทีนี้ จะนับทุกลมหายใจ
    เก็บเอาวันเวลาแต่ละหยดหยาดไว้ข้างใน

    จากวันนี้คนๆนี้ จะรักเธอสุุดหัวใจ
    และจะย้ำซ้ำๆ จากวันนี้จนถึงวันไกล
    ว่ารักเธอ"



     ร้องถึง 3 ครั้ง แต่แต่ละครั้ง
    เราว่าร้องด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน
    ครั้งแรกร้องด้วยความรู้สึกแบบจุดประกายความคิดว่าจะทำเวลาให้มีค่า
    จะรักคนรักอย่างสุดหัวใจ  เหมือนเป็นสัญญาเริ่มต้้น
    จังหวะเพลงยังช้าๆไม่มีเสียงเครื่องดนตรีที่เด่นมาก

    ครั้งต่อมาร้องด้วยความมั่นใจเหมือนย้ำคำพูดได้ชัดเจนมากขึ้น
    จังหวะเพลงเร็วขึ้น
    เสียงเครื่องดนตรีมีมากขึ้น

    ครั้งสุดท้าย ร้องได้ซึ้งสุดๆ ชอบท่อนที่ร้องว่า
    "จะรักเธอสุดหัวใจ" ชอบคำว่า "ใจ" มากสื่ออารมณ์ได้ดีจริงๆ
    โดยรวมของฮุุกสุดท้ายนี้
     ร้องช้าละมุนละไม รับกับจังหวะเพลงช้าโรแมนติกมาก

    ทำนองเพลงโดยรวมก็ถือว่าดีจริงๆ ตอนช่วงแรก
    เปิดตัวด้วยเสียงกีต้าร์โปร่งเสียงดี กับดนตรีประกอบอื่นๆที่ฟังแล้ว
    รู้สึกผ่อนคลาย เหมือนมีลมพัดแผ่วเบาทำให้รู้สึกเย็นใจ

    แล้วตามต่อด้วยทำนองที่ช้าๆ เศร้าๆ ในช่วง ท่อน "เหลืออีกกี่วัน..."

    พอถึงท่อนฮุกแรกจากเศร้าเริ่มมีความโรแมนติกเข้ามา
    ทำให้เพลงไม่เศร้าอย่างเดียว

    ถึงท่อน "เสียไปมากมาย กับเวลาที่มันเลยผ่าน..."
    ก็กลับมาเศร้าอีก แสดงให้เห็นความสูญเสียในเรื่องของเวลาได้ชัด
    จังหวะเพลงก็เร่งเร็วขึ้นนิดนึง

    กลับมาท่อนฮุกที่2 เพลงกลับมามีความโรแมนติก แต่มากกว่าท่อนฮุกแรก

    พอถึงท่อน "ถึงแม้ในวันนั้นที่เราไกลห่าง..."
    เหมือนเป็นท่อนไคลแมกซ์ จังหวะเพลงเร็ว มีการกระแทกเสียงของดนตรี
    ทำให้รู้ว่าเป็นการพลัดพราก

    แล้วต่อด้วยเดี่ยวกีต้าร์โปร่ง ก็มีความเศร้าอยู่ด้วย

    พอท่อนจบเป็นบทสรุปของเพลง มีความโรแมนติกมาก


    ด้วยความเพลงนี้มีทั้งความอุบอุ่น  โรแมนติก
    เราใช้เป็นเพลงกล่อมนอนยามที่เรานอนไม่หลับ
    ฝันดีเลยแหละ

    รู้สึกดีใจ ที่มีคนชอบเพลงนี้เยอะ
    ถึงแม้ใครหลายคนจะไม่เคยดู หรือจำเนื้อเรื่องของละครไม่ได้แล้วก็ตาม
    แต่เขาก็ได้ฟังความรู้สึกของตัวละครเอกที่เรารัก

    ชอบเพลงนี้มากๆ นอกจากความไพเราะ ยังให้แง่คิดไม่ให้ประมาทเรื่องเวลาด้วย


    May 04

    วันเกิดพี่ก้อง

    วันนี้เป็นวันเกิดพี่ก้อง 4 พ.ค. อายุอานามก็ 20 คูณ 2 ปี
     
    ช่วงนี้หน้าตาห่างหายไปจากหน้าจอ ตั้งแต่เรื่องสงครามนางฟ้าจบไปแล้ว
     
    แต่เสียงของพี่ก็ยังตามมา(หลอกหลอนให้คิดถึง)ในโฆษณาต่างๆ ทางทีวี
     
    ให้virusnuvo ได้ฟังได้ทายว่า "โฆษณานี้ใช่เสียงพี่ก้องพากย์สปอตรึปล่าวน้า"
     
    เคยบ่นว่าอยากให้พี่ก้องพากย์เสียงคนในหนังบ้าง  ตอนนี้พี่ก้องได้พากย์แล้ว
     
    แต่พากย์เสียงนายแบบโฆษณา  โฆษณา "ซิสเลอร์"
     
    ชุดที่เพื่อนผู้ชายถามว่า
     
    "แฟนนายเหรอ พูดได้ปะเนี่ย "
     
    แล้วผู้หญิงตอบว่า   "ทานของหวานล้างปากหน่อยไหมคะ"
     
    พี่ก้องพากย์เป็นผู้ชายที่พาแฟนมา  พูดว่า "สเต็กนุ่มดีนะ" 
     
    อันล่าสุดที่ได้ยิน เป็นบัตรเครดิต พูดนานเหมือนกัน
     
    ไม่นึกว่า พี่แกจะได้ใช้เสียงอีกทางหนึ่งนอกจากร้องเพลง
     
    ตอนเด็กๆ ดูละครของพี่เขา ก็คิดว่าเสียงพูดของพี่คนนี้เพราะจัง
     
    น่าจะทำอะไรอย่างอื่นได้
     
    บางคนเสียงร้องเพลงเพราะ แต่เสียงพูดธรรมดา
     
    _____________________________________________
     
     
    วันนี้เปิดมาดูว่า มีใครเข้ามาดู space ตัวเองบ้าง
     
    มี 1 รายแหนะ ไปดู link ที่เข้ามาปรากฎว่าเขา search คำว่า "กฎหมายแพ่งเบื้องต้น"
     
    แล้วผลลัพธ์ก็มาเจอ space ของเราเข้าให้
     
    คนๆ นั้นเข้ามาคงไม่ได้อะไรเกี่ยวกับกฎหมายเลย  ได้แต่ความบ้าบอไร้สาระ ของไวรัสตัวนี้
     
    คงปิดหน้าต่างspaceด้วยอารมณ์เสียแทบไม่ทัน
     
    _____________________________________________
     
     
    ใกล้แระ ...ใกล้เรียนซัมเมอร์จบแระ  เหลืออีกแค่ 2 วันเท่านั้น
     
     
    เขียน block ครั้งต่อไปจะมาเขียนเกี่ยวกับ
     
    ความรู้สึกที่มีต่อเพลงรักเธอสุดหัวใจ 
     
    และการตีความในเนื้อเพลงเข้ากับความรู้สึกของตัวพระเอกในละครพิสูจน์รักจากสวรรค์
     
    เป็น เพลงที่ฟังกล่อมนอนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ
     
    อยากเขียนเพราะว่า เคย search เพลงนี้ มีแต่เวบขอเพลง แจกเพลง
     
    ความรู้สึกจะออกแนว....จากคนรัก ฟังแล้วรักแม่  ฟังแล้วน้ำตาไหลเพราะเป็นเพลงอำลารุ่น
     
    ฟังแล้วน้ำตาไหลทุกที เวลาเป็นของมีค่า อะไรแบบนี้
     
    เราเลยอยากบอกความรู้สึกอีกแบบนึงที่ได้ฟังเพลงนี้ 
     
    อยากลองใช้สมองน้อยๆ วิเคราะห์กับสิ่งที่ชอบดู  มันไม่เครียด แล้วเราก็พอจะรู้เรื่องที่นอกเหนือจากเพลงมาบ้าง
     
    มันจะได้วิเคราะห์เรื่องอื่นๆได้ง่าย
     
     
    April 26

    ซึ้งเลยซัมเมอร์

    ซึ้ง 1
     
    ช่วงซัมเมอร์ ได้เรียนภาษาลาวด้วย เป็นสำเนียงเวียงจันทน์
    สำเนียงเวียงจันทน์จะเนิบๆ ช้าๆ คล้ายๆ กับภาษาเหนือ 
    คิดว่าบางทีง่ายกว่าภาษาอีสานด้วยซ้ำ
    เสียงคล้ายๆ ภาษากรุงเทพฯด้วยเหมือนกัน 
     
    ถ้าอยากรู้ว่าสำเนียงเวียงจันทน์เป็นยังไง ก็ต้องดูเรื่อง "เรไรลูกสาวป่า"
    นางเอก อเล็กซานดร้า ธิดาวัลย์ บุญช่วย พูดสำเนียงเวียงจันทน์
     
    เรียนไปสนุกมากๆ (ม่วนหลายๆ บ่ได้ปะซดเนาะ) ไม่ได้ประชดนะ
    อาจารย์สบายๆดี 
    หัวเราะทุกครั้งที่เรียนเลยง่ะ หัวเราะตอนดูเพื่อนๆ น้องๆออกมาแสดงละครหน้าห้อง
     แต่เราก็ไม่ค่อยชอบที่ต้องแต่งบทพูดลาวแล้วออกไปแสดงหน้าหน้าง่ะ
    สำเนียงยังไม่ค่อยจะได้เลย  ไม่ใช่เจ้าของภาษา 
     
     ในห้องนะมีพวกเนทิฟ(native speakers) ด้วยนะ พวกที่พูดแล้วเหมื้อนเหมือน
    มีพวกที่บ้านเกิดใกล้เวียงจันทน์ (อยู่หนองคาย)  บ้านอยู่อีสาน  บ้านอยู่เหนือ
     
    เราดิไม่ได้ใกล้เคียงเล้ย...เลยลำบากหน่อยในการพูด
    ต้องหัดพูด หัดเลียนเสียง และมาเอาดีกับด้านการเขียน
     
    จะว่าไป วิชาภาษาลาวนี่เป็นวิชาที่เราเรียนแล้วมีความสุขที่สุดเลย
    แต่เกรดที่จะออกมาก็อีกเรื่องนึง
     
    สู้โว้ย เหลืออีก 5 วันก็จะเรียนจบแล้ว!!!!!
    ______________________________________________________________
     
    ซึ้ง 2
    เกรดออกมาเกือบครบแระ ออกมา 4 ขาดอีก 2 
    เกรดเทอมที่ผ่านมานรกแตกจริงๆ  มี C ถ้วนๆ ไม่มีบวก 2 ตัว
    หลังจากใบเกรดเราหันหลังให้กับเกรด C ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น C+  C ถ้วนๆ เป็นเวลา 3 เทอมซ้อน
    ตั้งแต่ปี 2 เทอม 2  ,ซัมเมอร์ปี2 ขึ้นปี 3 ,  และปี 3 เทอม 1
     
    เราคงกลัวว่าเดี๋ยวเกรด C จะน้อยใจ เลยปล่อยมาอีก 2 ตัว
    ไม่แน่ว่าที่เหลืออีก  2 วิชา อาจจะได้  C ถ้วน และแถม D dog มาเป็นครั้งแรกอีกหนึ่ง
     
    ซึ้งเลยตูเทอมที่ผ่านมา  ปี 4 เทอม1 จะเละเหมือนปี 3เทอม2 ไหมเนี่ย
     
     
     
    March 22

    อ่านะ

    อ่านะ ..เป็นtopic ที่สิ้นคิดซะจริง
    นึกไม่ออกแล้วว่าจะเขียนไรดี
     
     
    ถ้าลองฟังเพลงใน window media player ตอนนี้
    จะได้ยินเพลง ที่เก๊า ...เก่า
    ชื่อเพลง "หวาน" โดย Nursery Sound อนุบาลโปรเจค
     
    คิดถึงเพลงนี้  เพลงนี้ออกในปี2539 หรือเมื่อ 12 ปีที่แล้วนะ
    เราชอบดูเดี่ยวไมโครโฟนพี่โน้ส อุดม แล้วเดี่ยวชุด2
    ร้องท่อนหนึ่งของเพลงนี้
     
    พี่โน้สแซวประมาณว่า ผมก็ไม่รู้ว่าเขาร้องว่าอะไรนะ
    แต่รู้สึกว่าเพลงน่ารักดี
    ได้ยินเขาร้องแค่ว่า "แห้งเหี่ยว"
    (กรุณาทำเสียงแบ๊ว หน่อมแน้ม)
     
     
    เราพอจะจำเนื้อเพลงนี้ได้ ก็เลยsearch ใน google
    ก็เลยเจอเพลงนี้
     
     
     
    หวาน
    : เนสเซอรี่ซาวด์ (Nursery Sound)
    ตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้า รีบๆๆออกไปหา 
    
    ซื้อของขวัญให้เธอซะหน่อย
    เดินจนเหงื่อเริ่มไหลย้อย ได้กุหลาบสีหวานจ๋อย
    พร้อมด้วยช็อคโกแลตแท่งโต
    เธอยิ้มหวานจนแก้มปริอยู่สองวัน กุหลาบนั้นเริ่มเฉา
    แห้งเหี่่ยว ทิ้งไป ทิ้งไป

    เก็บแต่ช็อคโกแลตไว้ ข้างที่นอนหลับตาฝัน
    เห็นแล้วคิดถึงกันทุกคืน
    เก็บไว้นานเลยเหม็นหืน กลายเป็นอื่นหมดความหมาย
    ไม่ทันไรก็คงขึ้นรา
    ขืนทิ้งไว้นานก็บูดหมดความหอม คงไม่หวานดังเดิม
    ไร้ค่า ทิ้งไป โยนทิ้งไป

    * ฉันไม่รู้เมื่อไรจะเป็นรายต่อไป
    ที่ถูกทิ้งลงถ้าสิ้นความหมาย
    ตอนนี้ยังชื่นใจ จึงอยากคบไป
    ถ้าเบื่อเมื่อใดสัมพันธ์แปรเปลี่ยน

    (*)

    เปลี่ยนความรู้สึก คนเราก็แปลก
    หากหมดความหมายหมดผลประโยชน์
    ความสัมพันธ์ ที่เคยให้กัน
    ก็เริ่มแปรผันเป็นอนิจจัง
    เราชอบท่อนสุดท้าย
    ว่าถ้าหมดผลประโยชน์ความสัมพันธ์ก็เปลี่ยน เป็นอนิจจัง คือไม่เที่ยงนั่นเอง
     
    ฟังเพลงนี้ดูเหมือนหน่อมแน้ม แบ๊วๆ ไป แต่ถ้าดูเนื้อเพลงแล้วคิดตาม
    มันเป็นเพลงที่ให้แง่คิดดีๆ เหมือนกันนะ
    ไม่ใช่เพลงอกหัก รักร้าว แต่มันเป็นเพลงที่พูดถึงความจริง
     
     
     
     
    March 13

    space.liveเป็นยาระบายอ่อนๆ

    space.live เป็นยาระบายอ่อนๆจริงๆนะ
    ระบายที่เขียนได
    ก็ตอนนี้เราเขียนไดที่ไดอารี่ฮับไม่ได้อีกแล้วง่า มันปิดปรับปรุง
    แต่เขียนที่นี่ก็..ไม่ค่อยดีเท่าไร เครื่องอื้ดอืด 
     
     
    เฮ้อ..รอดตายจากการสอบไล่ปี3 มาได้นี่บุญโข
    แต่อย่าถามนะว่าทำได้รึปล่าว เพราะว่าทำไม่ได้อ่า
    เทอมนี้เราขอเกรด C กะ D ก็พอ
    (แต่พอได้จริงๆชักจะไม่พอ เอ๊ะ? ยังไง)
     
     
    ก่อนสอบก็ทรมานสังขารจริงๆ นั่งทำการบ้าน เตรียมพรีเซ้นงาน
    เคยเครียดจนอยากจะอ้วก 
     หยุดเรียนไปหลายรอบเหมือนกันมันไปเรียนไม่ไหวเอาซะเลย
    แต่บางครั้งก็รู้สึกชิวมาก  เหมือนไม่ได้หวังผลเท่าไร
     
     
    ตอนนี้ร่าเริงฮี่ๆ สอบเสร็จไปวันอังคารที่ 11ที่ผ่านมา
    ร่าเริงได้ถึงวันที่23 มีนา หลังจากนั้น เรียนซัมเมอร์คับพี่น้อง
    เรียน จันทร์ถึงพุธ
    ขออย่าให้มันเครียดเหมือนเทอมที่ผ่านมาเล้ย  หนักสุดๆ
     
    _____________________________________
     
    ขอเล่าหน่อย วันที่27 ธันวา 50 ไปงานเลี้ยงปีใหม่ที่ทำงานแม่
    แล้วเขาเชิญ นูโวมาเล่นคอนเสิร์ต
     
    ดิฉันสาวกแฟนพันธุ์ทางนูโว(ไม่ใช่พันธุ์แท้ เพราะไม่ได้รู้ทุกเรื่องของนูโว
    ไม่พลาดโอกาสทองครั้งนี้แน่ๆ 
     
    แต่ถ่ายรูปไม่ครบคนอ่า  พี่ใหม่(มือกลอง)อยู่หลังๆ ถ่ายไม่ได้
    เราอยู่หน้าเวทีๆ ก็สูงมาก เวทีเตี้ยกว่าเราแค่คืบเดียวเอง
     
    ได้แต่ถ่ายพี่ก้อง สหรัถ สุดหล่อ  อยู่ด้านขวามือคนดู
    กรี๊ดไปหลายตลบเหมือนกันตอนที่เขาทำอะไรเท่ห์ๆ
     
    พี่จอห์นถ่ายไปบ้าง  พี่สุ(มือเบส)ก็ได้ถ่าย
    แต่พี่โจไม่ได้ถ่าย ขอโทษด้วยค้าบ อยู่คนละฝั่งกับพี่ก้อง
     
     
    ได้แต่ยืนตะลึงตาค้าง ทำไมพี่ก้องหล่อขนาด  อย่างกะเทวดา(เวอร์ไปไหม)
    แต่ว่าพวกพนักงานหนุ่มสาวข้างล่างเวที ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
    พี่ก้องตัวจริงหล่อเนอะ
     
    โอ้ย..ยัยเด็กเอ๋อหน้าแว่นอย่างเรายืนมองหน้าเขาจนลืมหายใจกันเลย
    พยามจำหน้าจริงๆ ของเขา  แต่ว่าตอนนี้ลืมไปแล้วว่าเขาหน้าจริงเป็นไง
    ตัวจริงก็เหมือนในทีวีแหละ   แต่...แต่ ดูดีกว่า 10 เท่า
     
    ชอบดวงตาเขาจังเลยอ่า เหมือนดวงตายิ้มได้ เป็นประกายสวย
    มีความเมตตาอยู่ในแววตาด้วย
    ผิดกะเราตาแข็งอย่างแรง
     
    โอ้ว ได้จับมือพี่ก้องด้วย ได้จับตอนคอนเสิร์ตเลิกพอดี
     
     
     
    November 05

    ถ้า

    ถ้าตื่นขึ้นมาไม่มีลมหายใจ  ไร้ร่างกาย
     
    คงจะตกใจน่าดู
     
    รู้สึกงงๆ ตอนตื่นทุกครั้ง
     
    คนที่ตายแบบปัจจุบันทันด่วน  คงจะรู้สึกแบบเดียวกัน
     
    เหมือนคนเพิ่งตื่นงัวเงีย
     
    กว่าสติสตัง จะกลับคืน ก็อาจกินเวลาไปหลายนาที
     
    แต่สำหรับคนตายแบบปัจจุบันทันด่วน
     
    กว่าจะรู้ว่าตาย ก็กินเวลาเป็นวัน
    July 30

    ปี3

    สอบหลักกฎหมายแพ่งเบื้องต้นเสร็จแล้ว  ข้อสอบเป็นช้อส 4 ตัว
    ใช้ดินสอ 2B ฝนคำตอบ นึกถึงสมัยเอนทรานซ์
    เกรดออกตั้งแต่เดือนมิถุนาแล้ว  ได้ A ฮี่ๆ ไม่เสียแรงเข้าทุกชม.
    จะไม่เข้าได้ไงอ่า  ก็ค่าเทอมฤดูร้อนตั้ง 1700 กว่าบาทอ่า
    ต้องเอาให้คุ้ม
     
     
    ปี 3 นี่เราย้ายมาอยู่ที่ท่าพระจันทร์แล้ว เป็นรุ่นสุดท้ายของปริญญาตรีที่ได้เรียนที่นี่
    ขอบอกว่าอย่างเหนื่อย  เหนื่อยเดินทางแต่ไม่อยากอยู่หอ ก็ต้องทนกันต่อไป
     
    ตอนนี้ปิดเทอมช่วงกีฬามหาลัยโลกอยู่
    ปิดตั้งแต่วันที่23 ก.ค.-26 ส.ค.
    ปิดยาวขนาดนี้เพราะว่ามหาลัยที่ศูนย์รังสิตใช้เป็นสถานที่พักของนักกีฬา
     
    เราอัพรูปจากโทรศัพท์มือถือมาลงในนี้แล้ว
    หวังว่าคงถูกใจกันนะ บาย
     
    April 04

    เรียนซัมเมอร์

    เรียนมาแล้ว 3 วัน วันละ 3 ชม. เรียนจันทร์-พุธ 9.00-12.00
    เรียนเกี่ยวกับหลักการกฎหมายแพ่งเบื้องต้น
    ถึงวิชานี้จะเป็นวิชากฎหมายก็จริง   แต่เขาไม่ให้เด็กนิติเรียน
    มันเป็นพื้นฐานที่ง่ายมั่กๆ (ง่ายสำหรับเด็กนิตินะ)  เราเป็นเด็กศิลปศาสตร์เลยลงเรียนวิชานี้ได้
     
    มาเอาแอร์ที่มหาลัย เล่นเนตมหาลัย
     
    January 04

    จม.1

    หนูรู้สึกหดหู่ ...เหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งๆ ที่ชีวิตหนูมันก็ไม่ได้มีเรื่องเศร้าอะไรนักหนา
    ความเหงาวังเวงมันก็เกิดขึ้นมาในใจ  คงจะเป็นเพราะหนูไปจินตนาการเรื่องที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว
    ที่มันเป็นเรื่องเล็กน้อยให้กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ 
     
    ช่วงนี้จิตใจมันลอยๆ หลุดๆ ยังไงไม่รู้
     
     
    November 03

    เกรด...

    โอ้ย...คุณคะ  มันมาแล้วเกรดมาแล้ว 2 ตัว
     
    วิชาเอก LG211  Introduction to Linguistic เกือบทำให้ไปรีเกรดซะแล้ว
     
    ได้ C ครับท่าน
     
    แต่ดีที่วิชา EL201 English for Airline Business
     
    ได้ B+
     
    รอเกรดอีก 4 ตัว
     
    LG211 คือความอัปยศของเราที่เป็นเด็กเอก Linguistics ใช่มั้ยยยย
     
    ไม่หรอก  มันคงไม่แย่ไปกว่านี้หรอก
     
    เทอม2 นี้ เราคงต้องสู้สุดแรงเกิดกันเลยทีเดียว
     
    October 20

    คิดคำนึง

    แม้จะพยายามให้คิดถึงเรื่องปัจจุบัน  อยู่กับขณะปัจจุบันให้มากที่สุด พยายามไม่ใจลอย
    แต่จนแล้วจนรอดก็คิดถึงเรื่องอดีตขึ้นมาจนได้
     
     
    แน่นอนในหัวสมองของเรา  มักจะมีเรื่องอยู่2 เรื่อง ไม่เรื่องพี่ก้อง ก็เรื่อง พิสูจน์รักจากสวรรค์
    แต่เราก็คิดถึงเรื่องอื่นเป็นเหมือนกันนะ   อาจจะน้อยกว่าหน่อย
     
    เรื่องก็คือ...เรานึกถึงเมื่อ 10 ปีก่อนที่เราอยู่ป.4
    ก่อนหน้านี้ไม่เคยหรือเคยรู้มาก่อนว่า   คนหนุ่มสาวก็มีสิทธิ์ตายได้  เราอาจจะรู้มาก่อนแหละ
    แต่ว่าไม่ได้ใส่ใจ   พอมาดูละครเรื่องพิสูจน์รักจากสวรรค์  เลยทำให้เราได้คิด
     
    เพราะในเรื่องพระเอก(ชัชชนม์)อายุประมาณใกล้ๆเบญจเพส  ยังหนุ่มยังแน่น   แต่โดนยิงตาย
    แถมมือปืนยังยิงผิดตัวอีกด้วย   จริงๆแล้วมือปืนจะต้องยิงพ่อนางเอก  แต่พระเอกดันไปขับรถพ่อนางเอกเข้า
    ทำให้มือปืนเข้าใจผิด   พระเอกเลยต้องรับเคราะห์แทน
     
    แล้วเรื่องนี้พระเอกก็มีเวลาชีวิตเหลืออยู่แค่ 2 เดือนเท่านั้น
    เขากลับมาพิสูจน์ความรักของนางเอก   เนื่องจากก่อนตายเขาไม่แน่ใจว่านางเอกรักเขารึปล่าว
    เขาสงสัยว่านางเอกไปชอบมหาเศรษฐีหนุ่มจอมเจ้าชู้คนหนึ่งที่มีภรรยาแล้ว
    เพราะนางเอกต้องไปติดต่อทางธุรกิจกับมหาเศรษฐีหนุ่มคนนี้  
     ไปเจรจาเรื่องเงินที่เขาจ้างพ่อเขาเป็นนายหน้าขายที่ดิน 
    นางเอกบอกว่าพ่อตัวของเธอยังไม่ได้เงิน   แต่ว่าทนายของมหาเศรษฐีบอกว่ารับเงินไปแล้ว
     
    จังหวะดีซะเหลือเกิน มหาเศรษฐีหนุ่มตายหลังจากที่พระเอกตายไม่กี่วัน
    เขาตายเพราะว่าโดนภรรยา กับทนายคนสนิทฆ่า ทั้งคู่เป็นชู้กัน เนื่องจากไม่อยากให้เขาสืบได้ว่าทั้งทนายและภรรยา
    เป็นคนโกงเงินพ่อนางเอก  
     
    วิญญาณพระเอกเลยขอเทวดากลับมาเข้าร่างของมหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้
    เพื่อพิสูจน์ว่า นางเอกรักใคร  ระหว่างตัวเขากับมหาเศรษฐีหนุ่ม
     
    เรื่องมันเศร้าๆ ที่นางเอกทำให้พระเอกในร่างเศรษฐีเข้าใจผิดไปว่า
    นางเอกรักมหาเศรษฐีหนุ่ม ไม่ได้รักที่ตัวพระเอก
    ทำให้พระเอกจะฆ่าตัวตายตั้งหลายครั้ง   แต่ทุกครั้งเทวดาก็มาช่วยไว้ และเตือนสติ
    บอกว่าควรจะพิสูจน์จิตใจนางเอกต่อไป   เพื่อไม่ให้รู้สึกค้างคาใจ
     
    หลายครั้งที่พระเอกจะถอดถอนหายใจ ....เพราะคิดหนักว่าจะทำยังไงดีที่จะรู้ความจริง
     
    แต่ในที่สุดนางเอกก็สารภาพความจริงให้กับพระเอกในร่างมหาเศรษฐีว่า
    เธอรักพระเอก 
    ทำให้พระเอกดีใจมาก
     
    ตอนใกล้จบ   พระเอกถอดวิญญาณออกจากร่างมหาเศรษฐีให้นางเอกเห็น
    ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน  เตรียมตัวจะแต่งงานกันแล้วด้วย
    แต่  พระเอกในร่างมหาเศรษฐีก็ถูกทนายฆ่าตาย  ภรรยาของเศรษฐีก็ถูกทนายฆ่าตายอีก
    แต่กรรมสนองทนาย   ทนายก็โดนตำรวจวิสามัญฆาตกรรม  เพราะเขายิงต่อสู้กับตำรวจ
     จริงๆเขาจะโดนจับด้วยข้อหาเป็นคนจ้างวานฆ่าพ่อนางเอก   แต่ว่าไปโดนพระเอกตาย  
     
    พระเอกกลับมาในร่างใหม่ มาเจอนางเอก  แต่จำนางเอกไม่ได้เลย
    แต่ว่าก็รู้สึกหลงรัก   นางเอกก็รู้สึกคุ้นๆด้วย
    เรื่องมันจบเป็นปริศนาว่าจะรักกันรึปล่าว
     
     
    _______________________________________________________
     
     
    เราชอบพระเอกถึงแม้บางครั้งเขาจะสงสัย ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำไง 
    เพื่อจะรู้ความจริงว่านางเอกรักเขารึปล่าว
     
    บทเขาจะบ้าบิ่น ก็ทำได้เหลือเชื่อ....
     
    เขาบ้าบิ่นถึงขนาดยอมยืนให้รถชนตาย ไม่อยากอยู่แล้ว
     
    หรือ...ตอนก่อนที่จะถอดวิญญาณ  เขาต้องนั่งสมาธิเป็นเวลา 3 วัน
     
    เขาก็ทำได้
     
     
    ข้อที่เรานับถือเขาอย่างแรงเลย...คือ เรื่องความซื่อสัตย์ต่อคนรัก
     
    เขาไปอยู่ในร่างมหาเศรษฐีซึ่งมีภรรยาที่ร้อนแรง   แต่เขาก็ไม่เคยคิดจะยุ่งกับเธอ
     
    หรือ ไปยุ่งกับผู้หญิงอื่นๆ ที่เขาสามารถหาได้  เพราะเขาอยู่ในร่างคนรวยแล้วนี่
     
    ผู้หญิงแทบจะวิ่งเข้าหา    แต่เขาก็ไม่เคยชายตามองหญิงอื่นเลยนอกจากนางเอก
     
    รักษาศีลข้อ3 ได้ดีมาก
     
    ซึ่งโดยความเป็นจริงหาคนแบบนี้แสนจะยาก...  เขาทำให้เรารู้ว่าเขาเป็นคนที่เข้มแข็งจริงๆ
     
     
    อีกข้อ...เขาสอนให้เรารู้ค่าของเวลา   เพราะเขามีเวลาเหลือแค่ 2 เดือน
     
    เขารอวันตายของเขา  ประมาณ 5 วันที่เหลืออยู่ เขาก็ทำเวลาอยู่กับนางเอก
     
    ( แต่ไม่ได้มีอะไรกันนะ) ได้อย่างมีค่ามากที่สุด
     
     
    เขาโชคดีกว่าเราและหลายๆคนด้วยซ้ำ  เพราะว่าเขารู้ว่าตัวเองจะหมดเวลาเมื่อไร
     
    แต่เราซิ...ไม่รู้ว่าเหลืออีกกี่วัน
     
    พูดถึงเรื่องเหลือเวลาชีวิตอีกกี่วัน  ทำให้เรานึกถึงตอนที่ พระเอกไล่ล่ามือปืนที่ยิงเขาตาย
     
    ตอนนั้นพระเอกไปกับพ่อนางเอก   พ่อนางเอกกลัวตายเพราะสงสัยว่ามือปืนอาจจะพกปืนมาด้วย
     
       พระเอกเลยตอบว่า
     
    " โถ่พ่อไม่ต้องกลัวหรอกฮะ  ผมเหลืออีกตั้ง 4 วัน! "
     
    พ่อนางเอกตาตื่นตกใจ พร้อมกับเริ่มตีโพยตีพาย
     
    "ก็ใช่น่ะซิ   เธอเหลืออีก 4 วัน ก็ใช่   แต่ฉันมันเหลืออีกกี่วันฉันไม่รู้นี่" 
     
     
     เราว่าเราจะทำวันนี้ให้เหมือนกับเป็นวันสุดท้ายของเรา 
     
    เพราะเราไม่โชคดีเหมือนพี่ชัชชนม์ (พระเอก) ที่เขารู้เวลาที่เหลืออยู่
     
    เราไม่รู้...พรุ่งนี้เราอาจจะไม่อยู่บนโลกนี้แล้วก็ได้
     
     
    October 18

    oh yeah ได้หยุดแล้ว

    ได้หยุดแล้วดีใจจัง
    หยุดแค่ 2 อาทิตย์กว่าดูน้อยใช่ปะ
    แต่ก็ยังดีกว่าหยุด 1 อาทิตย์แบบเด็กนิติฯ
     
    ขอร่าเริงหน่อย
    August 06

    spaceหนูเปลี่ยนไป

    เกิดอะไรขึ้นรึนี่...ไม่ได้เขียน space นานมักๆ
    space หนูเปลี่ยนไป
    window media ที่ลงไว้ก็เอ๊ะๆๆๆ ..หายไปไหน  งง จริงๆ
     
    อยากให้ปิดเทอมเร็วๆอ่า แต่ได้ข่าวว่าเปิดเทอม1 มันปิดแค่ 2 อาทิตย์
    2 อาทิตย์  หนูจะไม่ทำอะไรให้หนักหัวเลย   เอาแต่นอนและเล่นๆๆๆ
     
    อยากบอกว่า สอบกลางภาควันแรกวันที่ 9 สอบ2 ตัวคือ
    LG211 ภาษาศาสตร์เบื้องต้น  กับ EL201 Eng ..Air line
    แล้วจะให้หนูหยุดไป 10 วัน มาสอบ reading อีกที วันเสาร์ที่ 19 เพื่ออะไรคะ
    10 ที่หนูหยุดไปเนี่ยทุรนทุราย  อ่านหนังสือ 
    วันที่ยกภูเขาออกจากอกจริงๆก็วันอาทิตย์ที่ 20 กับจันทร์ที่ 21
    เพราะเทอมนี้ไม่มีเรียนวันจันทร์  หยุดพักจริงๆแค่ 2 วัน
     
    แต่ก็เห็นใจพวกที่สอบเสร็จวันอาทิตย์แล้ววันจันทร์ต้องมาเรียนนี่น่ะสิ
    ไม่ได้พักกันเลยอ่ะ
     
    หนูตั้งใจไว้แล้วว่า... วันอังคารที่8 ที่เขาเรียนกันอยู่หนูจะไม่มาเรียน
    หนูจะอ่านหนังสือ...(แอ๋...ยังไม่ได้อ่านสักตัวเลยชิ)
    ไปดีก่า
     
    May 20

    จนกว่าความตายจะพรากไป

    "ผมรอได้ครับจนกว่า...ความตายจะพรากชีวิตผมไปจากโลกนี้"
    (เศร้าเลย..ถ้าใครพูดให้เราฟัง ใจหายวูบเลย)
    May 08

    Simple Day

    Emotion today>>  Joyful, sometimes in boredom  
     
    what was i doing all day?>> playing the internet ,
                                        >>   reading (not subject books)
                                        >> took a nap on the bed
                                        >> yawning
                                        >> listening to the musics
                  ...............................etc.
     
    So it is My simple day, isn't it?
     
     
    ah...i almost forgot ...
     
    I've changed the music on my home blog
     
    song name:ฝากเลี้ยง
     
    Artist:    เจ เจตริน วรรธนะสิน
     
    Album:    จ-เ-ะ-บ   (pronounce like this? >>จอ-อะ-บอ)
                                       
    April 29

    เลี้ยงส่งเด็กฝึกงาน

          เมื่อวานนี้เองเป็นวันสุดท้ายที่เราฝึกงานที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่
     
    เมื่อวานเป็นวันที่เราหัวหมุนที่สุด..โดนใช้เยอะกว่าทุกวัน
     
    เพราะพี่แอนไม่มา  เราต้องทำงานแทนพี่เขาคือ
     
    โครงการหมู่บ้านโทร.มาตามเรื่องลูกค้าว่าสินเชื่อไปถึงไหนแล้ว เราก็เชคเรื่องให้
     
    พี่แอนลาไปเตรียมแต่งงานตั้งแต่วันพุธตอนบ่ายแล้ว
     
    เขาแต่งงานวันนี้ที่ โรงแรมราม่าการ์เด้น วิภาวดี 
     
     (อยากเห็นพี่แอนใส่ชุดแต่งงานจังเลย ท่าจะสวยมากๆ)
     
     
          วันนี้ทั้งวันพี่ๆแซวว่า อาทิตย์หน้าพี่แอนก็ไม่มา พี่เป้า(ผู้ช่วยผอ.)ก็ไม่อยู่
     
    เราก็หมดหน้าที่ฝึกงานแล้ว
     
    พี่ๆอีกประมาณ 3 คนก็ไปรับโครงการเอื้ออาทรมั้ง  
     
     พี่ๆที่เหลือแซวว่ารับโทรศัพท์กันตายแน่เลย
     
    น้องมิ้นท์อาทิตย์หน้ามาอีกก็ได้นะจ้ะ
     
          
        พอตก 4 โมงเย็น พี่ๆกำชับว่าอย่าเพิ่งรีบกลับนะ เดี๋ยวจะเลี้ยง pizza อ่า
     
    เราก็ฟาดpizza ไป 3 ชิ้นใหญ่ๆ
     
    ไม่เหลือท้องให้กับการกินเลี้ยงที่ พี่ๆในงานบริหารทั่วไปของฝ่ายสินเชื่อได้เลี้ยงเลย
     
    (วันแรกที่เราเข้ามาฝึกงาน เราอยู่งานบริหารทั่วไป งานที่ให้นศ.ฝึกงานทำก็เย็บแฟ้ม
     
    เดินแฟ้มไรงี้อ่ะ พอวันที่2 เราโดนพี่ๆที่อยู่งานเงินกู้รายย่อย ทีมการตลาด
     
    มาเรียกให้เราไปรับโทรศัพท์ที่ฝั่งนู้น 
     
    เท่ากับว่าเรารู้จักพี่ๆ ทั้ง2 ฝั่ง)
     
           ตอนกินpizza พี่ice มามอบของขวัญ เป็นกระเป๋าสตางค์ ELLE สีดำ
     
    เขาว่าเป็นของก๊อป แต่เราดูเนื้อหนังมันอย่างดีเลยอ่ะ  พี่ๆเขาลงขันกันซื้อให้
     
    แล้วก็มีซองเชคของขวัญ   พี่ice บอกให้แกะดูมันจะเข้ากับกระเป๋าที่ได้
     
    ในซองมีเงินสด 1,500 บาท พี่เป้า (ผู้ช่วยผอ.) กับพี่ๆหัวหน้างาน ลงขันกัน
     
    บอกว่าเป็นเงินก้นถุง  พี่ๆแซวว่า เงินก้นถุงมันต้องเป็นเหรียญไม่ใช่เหรอ
     
    พลันพี่คนนึงสวนว่า ทำงานที่ bank ต้องได้ bank ซิ
     
            
          นอกจากเงินกับกระเป๋าแล้ว เราก็ได้การ์ดอันนึงมา 
     
    มาเปิดอ่านตอนถึงบ้านแล้วถึงรู้ว่าเป็นคำอวยพร ของพี่ๆทีมการตลาดทุกท่าน
     
     ยกเว้นก็แต่ผู้ช่วยผอ. สงสัยไม่มีเวลาเขียนให้มั้ง 
     
     แต่ท่านก็อวยพรเราตอนรับของขวัญให้แล้ว
     
     
           หลังจากร่ำลากับทีมการตลาดแล้ว
     
    เราก็ต้องรีบเอาบัตรตอกลงไปตอกเวลากลับวันสุดท้าย 
     
    แล้วรีบมาเขียนช่องวันที่ว่างที่ไม่ได้ตอก  เช่น ----เสาร์--- , ---อาทิตย์---
     
    ---หยุดสงกรานต์---, ---เลือกตั้ง--- ,---ลาป่วย---(แต่เราไม่เคยลาป่วย)
     
    ด้านหลังเวลากลับแต่ละวันก็ต้องเขียนชื่อตัวเองกำกับ  
     
    และให้พี่อู ผู้ช่วยผอ.อีกท่าน ที่รับพวกเรานศ.ฝึกงานมาทำงาน เซ็นชื่อด้านหลังชื่อเราอีกที
     
    แล้วต้องซีลอกบัตรตอกไว้ 2 ชุด
     
    ชุดแรกเลขาฯของผอ.ฝ่ายสินเชื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานให้กับฝ่ายการเงินมั้งนะ
     
    (เลขาฯผอ.เป็นผู้ชาย 
     
     เพื่อนเราที่ฝึกงานด้วยกันถามว่า เลขาฯเป็นผู้ชายได้ด้วยเหรอ)
     
    อีกชุดให้เราเก็บไว้เองเป็นหลักฐาน เพราะบัตรตอกตัวจริงเขาจะเอาไปให้การเงิน
     
         
             กินเลี้ยงกับพี่ๆฝ่ายงานบริหารทั่วไป ตอนเย็นแต่กินไม่ค่อยลง
     
     (ก็ก่อนหน้าอัด pizzaซะเต็มเยียด)
     
     
             กลับตอน 6 โมงครึ่ง มีพี่หญิง (พี่ในทีมการตลาดอายุมากกว่าเรา5 ปี)
     
    พี่แอ้ (พี่ในงานบริหารทั่วไป) ,
     
    น้องแป้ง (ลูกสาวผอ. จะขึ้นม.2 แต่เราดันนึกว่าจะขึ้นม.4-_-'')
     
    มาส่งเราที่ป้ายรถเมล์ตรงถนนรัชดา  
     
    ทางออกประตูเล็กของธนาคารออกตรงรัชดา ซอย4  มีผับเต็มไปหมด
     
    ได้เห็นแสงสีเสียงของผับเป็นครั้งแรก  แต่ไม่เดินเข้าไปหรอก
     
       
    --- ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ---
     
     
    __________
     
    ปล.ตอนพี่ๆงานบริหารทั่วไปเลี้ยงส่งพวกเรา
     
    มีการแซวเล็กน้อยว่า
     
    พี่ผู้ชายคนนึงเขาจะแซวเรา แต่พี่ตุ๊ดคนนึง แซวเราว่า
     
      "น้องมิ้นท์ พรุ่งนี้ไปเปิดบัญชีนะ  เพราะโอ๊คจะไปอยู่ในหัวใจน้องมิ้นท์"
     
      (มีเสียงโห่ฮิ้วววว)
     
    เราสวนกลับว่า
     
      "พี่ๆคงไม่ได้หรอก เพราะหนูปิดบัญชีหัวใจไปแล้ว"
     
    ( ฮา..)
     
        พี่ตุ๊ดเริ่มปฏิบัติการแซวพี่ที่เป็นทอมว่า
     
    "ป๋าๆ ยกขาขึ้นหน่อย"
     
    "ทำไมอ่ะ"
     
    "ป๋าเหยียบหัวใจโอ๋อยู่" 
     
     (โอ๋ในที่นี้คือพี่ผู้หญิงที่ทำงานบริหารทั่วไปมีหน้าที่รับโทรศัพท์
     
    ที่ลูกค้าโทรมาตามเรื่องสินเชื่อ)
     
     
    ------------------------- จบจริงๆและนะ---------------------
     
     
     
     
    April 23

    เหลืออีก 5 วันก็จบงานแล้ว

    อ่านะ  เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
     
          ก็รับโทรศัพท์แบบเดิมๆ  แล้วก็ไปดูเครื่อง Faxว่ามีใครส่งมาบ้าง
     
    แต่งานที่แปลกหน่อยๆ กับการรับโทรศัพท์ที่ได้รับมอบหมาย
     
    ก็คือ
     
    "โทรไปหาลูกค้าที่ยื่นกู้เงินไว้นานแล้ว แต่ยังส่งเอกสารไม่ครบ
     
    แล้วถามเขาว่า เขาจะใช้บริการกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์อยู่รึปล่าว"
     
           ถ้าเขาบอกว่า "ยกเลิก" เราก็ต้องตอบว่า
     
    "ค่ะ ทางธนาคารจะจัดส่งคืนเอกสารไปให้นะคะ"
     
    (เอกสารที่ว่าก็คือ เอกสารหลักฐานต่างๆของลูกค้า ที่ลูกค้ามาขอยื่นกู้
     
    แล้วจบการสนธนากับลูกค้าทางโทรศัพท์
     
           ถ้าเขาบอกว่าจะ "ยังใช้บริการอยู่ก็ส่งให้พี่ เจ้าหน้าที่คุย
     
    - งานแปลกๆอย่างงี้เนี่ยมีพี่คน 2-3 คนที่ให้เราทำ
     
     
    เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ไปเอาแฟ้มลูกค้าที่ชั้น 10 อาคาร 1  เป็นชั้นของผู้จัดการมั้งนะ
     
    ไปถึงกับอึ้งตะลึงงันกับความหรูของชั้นนี้  
     
     ทีแรกนึกว่าขึ้นมาผิดชั้นรึปล่าวหว่า   เหมือนโรงแรมมากกว่า ธนาคาร
     
    ที่ชั้นนี้เขียนว่า "Executive Office President
     
    เดินงงๆ เข้าประตูกระจกใสไป ยืนอึ้งๆ ไม่นาน
     
    ถามชื่อพี่พนักงานที่เราจะมาเอาแฟ้มกับพี่พนักงานที่ออกมาจากประตู
     
    เปิดประตูสุดหรูเข้าไป  ...อ่อ ข้างในเป็นห้องทำงานธรรมดาๆ เพียงแต่บุพรมหรูๆ
     
    เอาแฟ้มมา 2 แฟ้ม  อันแรกไปให้กับผู้ช่วยผู้บริหารคนนึงที่ชั้น 6 อาคาร 2
     
    อีกอันไปให้พี่จนท.ที่ใช้ให้เรามาเอาแฟ้ม
     
    -- คุณขรรค์ ประจวบเหมาะ 
     กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ อยู่ที่ชั้น 11 อาคาร1
     
    --ตอนใกล้เลิกงานพี่ๆเขาเลี้ยง pizza กับพวกเราชาวนศ.ฝึกงานด้วย
     
     
     
    -- Tips ... 17เม.ย. เราถามพี่ๆที่ฝ่ายว่า
     
    "พี่คะ อย่างหนูมีค่าจ้างจากการฝึกงานเนี่ย 
     
    (ได้ค่าจ้างวันละ 200 บาท ทำงานประมาณ 26 วันทำการ เป็นเงินประมาณ 5000 บาท)
     
    หนูจะต้องเสียภาษีไหมคะ"
     
         พี่ๆ 2 คนที่อยู่ใกล้เรา พร้อมใจกันประสานเสียงว่า
     
    " ไม่ต้องจ้ะ  หนูรายได้ต่อเดือนไม่ถึง 16,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีจ้ะ"
     
     
    *** จำไว้นะจ้ะ เพื่อนๆ******
     
    _________________________
     
     
    เพลงประกอบ blog วันนี้
    เพลง : เจ้าชู้โครงการ3 (มีเสียงวงออแคสตร้าด้วย)
    ศิลปิน : โจ-ก้อง
    อัลบัม: Happening
     
    เนื้อเพลง sexy หน่อยๆว่ะ
    แต่ทำนองเพราะ  ทำเป็นหูทวนลมไม่ต้องตั้งใจฟังเนื้อน
    อยากให้ฟังทำนองหวานๆน่ะ
     
    April 18

    ชีวิตช่างตลก

    เคยมั้ย..ที่แบบว่า
     "โดนใครคนนั้นคิดถึงเรามากๆ  >> เรามักจะไม่ค่อยคิดถึงเขา"
     
    แล้วคงเคยใช่ปะที่ว่า 
     "คิดถึงคนอีกคนมากๆ  >>แต่..เขาดันไม่ได้คิดถึง ไม่ได้แยแสเราเลย"
     
    เคยมั้ย..ที่แบบว่า
    "เวลาที่คนแคร์เรามากให้ของ  เราจะดีใจเพียงชั่วขณะ  >>แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้คิดถึงเขาอีก"
     
    แล้วคงเคยใช่ปะที่ว่า
    "เราให้ของกับคนที่เราแคร์คนๆนั้น เราก็หวังว่าเราคงจะอยู่ในใจเขาตลอด
      ถึงแม้มันอาจไม่เป็นเช่นนั้นก็ตาม"
     
     
    วันนึง...ให้บังเอิญสิ  เราดันไม่ได้รู้สึกคิดถึงคนที่เราแคร์เขาบ่อยๆ  >>แต่เขาดันมาแคร์เราเอาใจเรา
    วันนึง...ให้บังเอิญสิ  คนที่คิดถึงเราจู่ๆ ก็รู้สึกเฉยๆกับเราซะงั้น      >> แต่เราก็แคร์เขามากขึ้น
     
     
    ทั้งหมดนี้ไม่ว่าเราจะเป็นคนแคร์ใคร  หรือถูกใครแคร์
    ก็จงแคร์เขาเถอะ 
    เพราะการเอาใจใส่คนรอบข้าง  ที่รักเรามาก หรือ รักเราน้อย
    มันก็ทำให้ใจของเขายิ้มได้  แล้วใจเราก็เป็นสุขด้วย
     
    (ที่เขียนไม่มีความรักแบบหนุ่มสาวนะเว้ย..
    สังเกตอาการของตัวเองกะคนรอบข้างถึงได้มาเขียนแบบนี้)
    -----------------
    April 13

    หวัดดีปีใหม่

    สวัสดีปีใหม่ไทยนะจ้ะ

    เมื่อวานตอนเดินจะขึ้นรถเมล์กลับบ้านโดนคนเอาปืนฉีดน้ำไล้ยิง

    เรากับเพื่อนฝึกงานอีก2คนวิ่งหนีกันแทบไม่ทัน

     

    --------

     

          เราทำงานมา 17 วันแล้ว เหลืออีก 9 วันก็จะครบกำหนดเวลาฝึกงานซัมเมอร์แระ

    ความคืบหน้าเกี่ยวกะเรื่องงาน  ก็มีไม่มากหรอก เพราะเราทำงานรับโทรศัพท์มา 16 วัน

    ( เราทำงานมาทั้งหมด 17 วัน ก็จริง แต่งานที่รับโทรศัพท์ทำมา 16 วัน  เพราะวันแรกคือวันที่ 20 มี.ค.

    เรายังไม่ได้ทำงานรับโทรศัพท์ )

    ก็ต้องพอจะรู้งานอยู่บ้าง 

    แต่ถ้า...คนที่โทรมาขอคำปรึกษาแบบยิงคำถามเป็นชุดเราก็ตอบไม่ได้อยู่ดีแหละ 

    ต้องให้พี่ๆ ช่วยตอบคำถามให้

     

         บางครั้งลูกค้าก็โทรมาบอกว่าเพิ่งจะส่ง Fax ไปได้รับรึยัง

    เราก็ต้องถามว่าส่งมาก็แผ่น  เป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร  Attention ถึงใคร ใครเป็นผู้ส่ง

    เพราะว่ามันมี Fax มาค่อนข้างเยอะ  

    Fax บางอัน คนส่งมันเล่นไม่เขียนอะไรเลยว่า ส่งถึงใคร จากใคร

    เราก็ต้องปล่อยเอกสารอันนั้นให้อยู่ใกล้ๆเครื่องFax

    ให้พี่ๆที่รู้ว่า เอกสาร Fax อันนี้เป็นของเขาเดี่ยวเขาก็มาหยิบเอง

     

          บางครั้งพี่ก็ให้เราได้ออกจากฝ่ายไปส่งเอกสารบ้าง  ไปจ่ายเงินชำระเงินกู้ของลูกค้าบ้าง

    มันเป็นช่วงเวลาที่เราได้ออกไปเปิดหูเปิดตานอกฝ่ายบ้าง  

    เพราะงานที่เราทำมันไม่ค่อยจะได้เดินเลย

     

          ตอนไปจ่ายชำระเงินกู้ของลูกค้าอ่ะ  เราต้องเดินไปอาคาร 1 เราต้องเดินข้ามสะพานเชื่อมตึก

    เปิดประตูกระจกเข้าไปจะเห็นเครื่องรับบัตรคิว ก็กดตรงปุ่มชำระเงินกู้ 

    ห้องชำระเงินดูใหญ่โอ่โถงดี  ฉากหลังตรงเคาน์เตอร์เป็นจิตรกรรมลายไทย

    วาดเป็นเรื่องราวของสวรรค์สุดจะวิจิตรเลย 

    ทำให้เรานึกถึงฉากเวทีที่เป็นเรื่องพระมหาชนก ที่ครูอนงค์วาดไว้ ณ หอประชุมพรวดี  ร.ร. อัมพรฯเลยอ่ะ

     

    ----

     

        อืม..ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ มีตึกอยู่ 3 ตึก คือ อาคาร 1 อาคาร 2  และอาคารจอดรถ

    อาคาร1 จะเป็นเรื่องของการธนาคารมีเกี่ยวกับการฝากเงิน-ถอนเงินมั้ง 

    อาคาร2  จะเกี่ยวกับการขอเรื่องกู้บ้าน อาคารนี้มี 20 ชั้น  แต่ปุ่มลิฟท์เป็นเลข 21

                เพราะเขาไม่มีเลข 13

     

    พูดถึงเรื่องลิฟท์ ปุ่มลิฟท์ชั้นของอาคาร1 กับอาคาร 2 จะไม่ตรงกันนะ

     ชั้น 1 ของอาคาร 1 = ชั้น2 อาคาร 2

     ชั้นที่ติดพื้นดินของอาคาร1 คือ ชั้น G

     ชั้นที่ติดพื้นดินของอาคาร2 คือ ชั้น 1

     

    แล้วลิฟท์อาคาร1 จะเก่ากว่าอาคาร2

    เสียงลิฟท์ของอาคาร1 เป็นเสียงเหมือนกระดิ่งมั้งนะ ดังปิ้ง  เสียงเหมือนหอเอเชี่ยนเกมส์อ่ะ

    เสียงลิฟท์ของอาคาร2 เสียงจะน่ารักกว่า เสียงเหมือนที่ตึกคณะที่ศูนย์รังสิต

     

    ----

     

    พอแค่นี้ก่อนแระกันนะยาวซะ

    -----

     

    สงกรานต์นี้เย็นชุ่มช่ำกายและใจนะ

    เราไม่ไปเล่นน้ำอ่ะ อยู่บ้านนอนดีก่า

     

    April 11

    Only seconds are Value

    "สำหรับคนบางคนแล้วนะ
     
    ถ้าได้เวลาเพิ่มอีกสัก 2-3 วินาที....
     
    มันก็มีความหมายมากเลยนะ"